
ล่าสุด (29 กรกฎาคม 2563) รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์อธิบายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ควรส่งไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบว่าเกิดจากอะไรจึงจะได้คำตอบชัดเจนที่สุด แต่ถ้าจะสันนิษฐานว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง ก็อาจจะเทียบเคียงได้กับกรณีที่เคยมีคนพบ "ลูกชิ้นปลาเรืองแสง" เมื่อปี 2553 ซึ่งกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้เคยอธิบายไว้ว่า มีสาเหตุที่เป็นไปได้ 3 อย่างคือ

2. ปลาที่เอามาทำลูกชิ้นนั้น อาจกินแพลงก์ตอนสาหร่ายกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต หรือเชื้อแบคทีเรียวิบริโอ เช่น Vibrio harveyi ที่เรืองแสงในน้ำได้
3. อาจมีการเติมสารเคมีบางชนิดที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบ เช่น วัตถุเจือปนอาหารประเภทฟอสเฟต ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความชุ่มชื้น และทำให้เกิดความนุ่มเหนียว รวมถึงสารฟอกขาว เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์, โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์
ดังนั้น หากประเมินจากแค่ 3 สาเหตุนี้ การที่ซูชิหน้ากุ้งดิบจะเรืองแสงได้น่าจะมาจากการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์เรืองแสงที่เนื้อกุ้ง มากกว่าเรื่องของใส่สารเคมี ซึ่งก็ต้องเอาไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ ว่าเป็นเชื้อชนิดไหน มีอันตรายแค่ไหน รวมไปถึงที่มาว่ามีปัญหาในเรื่องสุขลักษณะในการผลิตและเก็บรักษาหรือไม่


ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์
July 29, 2020 at 10:16AM
https://ift.tt/3hKEETt
อ.เจษฎา เผยสาเหตุ ซูชิเรืองแสง อาจเกิดจาก 3 สาเหตุ คล้ายลูกชิ้นปลาเรืองแสง ปี 53 - Kapook.com
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog
No comments:
Post a Comment