Pages

Showing posts with label สาเหตุ. Show all posts
Showing posts with label สาเหตุ. Show all posts

Sunday, September 27, 2020

5 สาเหตุที่ปู่ SET ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นโลก - โพสต์ทูเดย์

beritaterikat.blogspot.com

5 สาเหตุที่ปู่ SET ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นโลก

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 09:06 น.

คอลัมน์ 10 เรื่องต้องรู้ สู่ความมั่งคั่ง โดย นิษณากาญจน์ ภาษวัธน์ ธนาคารกสิกรไทย

1. ผ่านไปแล้ว 3 ไตรมาสของปี 2020 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ความผันผวนของตลาดที่สูง และระดับการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ การคาดการณ์ทุกอย่างทำได้อย่างยากลำบาก แต่ก็ใช่ว่าผลตอบแทนของนักลงทุนในปีนี้จะแย่จนน่าตกใจ เพราะ หลังจากแตะจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกอ้างอิงจากดัชนี MSCI All-country World ก็รีบาวด์แรงทำให้ผลตอบแทนรวมปันผลสูงถึง 45% (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2020) ทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีของหุ้นโลกติดลบเพียงเล็กน้อยที่ 1% เท่านั้น

2. แต่สำหรับท่านนักลงทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นภูมิภาค หรือ กลุ่มธุรกิจที่เป็น Winner ต่างก็น่าจะได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจไม่น้อย เช่น หุ้นจีน A-Share ผ่าน ดัชนี CSI 300 ให้ผลตอบแทนเป็นบวกที่ 14% ตั้งแต่ต้นปี หรือหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ผ่านดัชนี NASDAQ 100 ที่ปรับตัวแรงถึง 26% ตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าจะมีการปรับฐานล่าสุดในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม ตอกย้ำกลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ที่แตกต่างจากวิกฤตปี 2008 คือ การคัดสรรเลือกกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ หรือผู้ที่กำไรสุทธิสามารถเติบโตได้ดีขึ้น ซึ่งการลงทุน Active ที่คัดสรรเลือกหุ้นรายตัวคาดว่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าการลงทุนแบบ Passive หรือซื้อตามดัชนี

3. อย่างไรก็ดี ท่านนักลงทุนที่โฟกัสเงินลงทุนทั้งหมดในหุ้นไทยอาจต้องผิดหวัง เพราะ หากย้อนกลับไปปู่ SET จบปี 2019 ที่ระดับ 1,579.84 จุด เทียบกับราคาล่าสุดที่ 1,247.46 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2020) เท่ากับปู่ SET ให้ผลตอบแทนติดลบถึง 21.1% ตั้งแต่ต้นปี หากรวมผลตอบแทนรวมปันผลของดัชนี SET ก็ยังติดลบกว่า 18.7% โดย 5 สาเหตุที่ปู่ SET ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นโลก มีดังนี้

4. เศรษฐกิจไทยหดตัวลงแรง และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่นๆ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2020 จะหดตัว 10% YoY ในขณะที่ IMF คาดเศรษฐกิจโลกจะหดตัวเพียง 4.9% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาอุปสงค์จากต่างประเทศค่อนข้างมาก สะท้อนจากมูลค่ารวมของการส่งออกและการนำเข้าที่คิดเป็น 130% ของ GDP อีกทั้งอุปสงค์ในประเทศก็ยังคงอ่อนแอ จากอัตราว่างงานรวมถึงหนี้ครัวเรือนที่สูง ทั้งนี้ ในปี 2021 เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.4% ขณะที่เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัว 5.4% โดยไทยจะกลับมามีมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่าช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ในปี 2023 เลยทีเดียว

5. กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นโลก โดยนักวิเคราะห์คาดกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยปี 2020 จะหดตัวราว 33% YoY ซึ่งหดตัวมากกว่าตลาดอื่นๆ เช่น ตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นจะหดตัวเพียงแค่ราว 9% YoY ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาดว่าจะหดตัว 14% และจะกลับมาเติบโตถึง 27% ในปี 2021

6. ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของไทยต้องชะงักลงจากโรคโควิด 19 แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี แต่จำนวนผู้ติดเชื้อในอีกหลายประเทศยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง การอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไทย ยังอาจไม่ได้รับการสนับสนุนมากมายนัก จึงจะเป็นปัจจัยหลักในการกดดันเศรษฐกิจไทยอีกระยะหนึ่ง นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ชัดเจน และไม่ส่งผลเท่าที่ควร

7. สัดส่วนใหญ่ของกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี SET เป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบด้านลบจากโรคโควิด 19 โดยอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในดัชนี SET Index คือ กลุ่มพลังงาน ที่มีสัดส่วน 22% ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันปรับลดลงแรงท่ามกลางอุปสงค์น้ำมันที่หายไป รองลงมาเป็นกลุ่มธนาคารการเงิน และค้าปลีกที่มีสัดส่วนกลุ่มละ 12% ซึ่งภาคธนาคารก็ได้แรงกดดันจากภาวะหนี้เสียที่สูงขึ้น รวมถึงทิศทางส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่กลุ่มค้าปลีกนอกจากถูกปิดห้างไป ก็ได้รับผลกระทบจากการบริโภคที่หดตัวชัดเจน ทั้งนี้ สัดส่วนกลุ่มหุ้น Winner อย่างกลุ่ม Healthcare มีสัดส่วนเพียง 5% และธุรกิจส่วนใหญ่เป็นธุรกิจแบบดั้งเดิม ไม่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง เช่น Healthcare ก็ยังคงอยู่ในกลุ่มโรงพยาบาล ขณะที่ตลาดต่างประเทศเป็น Health tech หรือ Biotech รวมถึงกลุ่ม ICT ที่มีสัดส่วน 9% ก็ล้วนแล้วเป็นธุรกิจสื่อสารไม่ใช่เทคโนโลยี

8. ปัจจุบันดัชนี SET ซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้า (Price-Earnings Ratio) ที่ 19 เท่า ซึ่งถือว่าแพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 14 เท่า และภาพรวมแพงกว่าประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ

9. สำหรับความเสี่ยงหลักของตลาดหุ้นไทยต่อจากนี้ คือ 1) ความตึงเครียดของการเมืองในประเทศ 2) ทิศทางค่าเงินบาทที่แข็ง 3) ภาคการส่งออกที่ยังคงหดตัวโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว 4) ความล่าช้าของการประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายของปี 2021 5) การเลือกตั้งในสหรัฐฯ 6) ความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ - จีน และ 7) ความพร้อมของวัคซีนที่ล่าช้า

10. โดยสรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังคงอ่อนแอเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก โดยปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัวของตลาดหุ้นไทยยังไม่ชัดเจนนัก แต่จะเคลื่อนไหวตาม Sentiment ตลาดหุ้นโลกเป็นหลัก แต่ภาพรวมก็อาจจะยัง Underperform ตลาดหุ้นโลกไปอีกระยะหนึ่ง คำแนะนำกลยุทธ์การลงทุนต่อจากนี้ เรายังคงแนะนำให้กระจายความเสี่ยงในหลายๆ สินทรัพย์ โดยการลงทุนในหุ้นเรายังชอบตลาดหุ้นจีน A-share หุ้นเอเชีย หุ้นกลุ่ม Winner จากโรคโควิด 19 และหุ้นยุโรปในฐานะ laggard มากกว่าตลาดหุ้นไทย

Let's block ads! (Why?)


September 28, 2020 at 09:14AM
https://ift.tt/3365Mb2

5 สาเหตุที่ปู่ SET ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นโลก - โพสต์ทูเดย์
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Friday, September 25, 2020

เปิดสาเหตุ หญิงหน่อย ประกาศลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย - เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

beritaterikat.blogspot.com

26 ก.ย. 2563
4,680 ครั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประกาศขอลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รวมถึงนายโภคิน พลกุล และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ก็ขอลาออกจากกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้วย หลังมีความขัดแย้งหนักภายในพรรค

 

 

นอกจากนี้ นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ก็เตรียมจะลาออกจากเลขาธิการพรรคด้วย ในวันนี้ (26 ก.ย.) โดยคาดการณ์ว่าวันจันทร์ ที่ 28 กันยายนนี้ จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพรรคเพื่อไทย เพื่อปรับโครงสร้างพรรคใหม่ แต่ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังคงเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่

 

 

มีรายงานว่าการลาออกครั้งนี้ อาจเกิดปัญหาภายในพรรคที่ต้องการมือประสานการทำงาน สามารถเจรจากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้ มีปัจจัยสำคัญจากการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

 

โดยสื่อบางสำนักรายงานว่า การลาออกครั้งนี้อาจมีปัจจัยส่วนอื่น เพราะทั้งหมดไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ก็เป็นไปได้ว่าอาจไปทำงานด้านมวลชนในส่วนอื่นๆ แทน

 

 

 

Let's block ads! (Why?)


September 26, 2020 at 06:09AM
https://ift.tt/2RWECNy

เปิดสาเหตุ หญิงหน่อย ประกาศลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย - เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Tuesday, September 22, 2020

ปชช.ส่วนใหญ่เชื่อนิสัย/พฤติกรรมเป็นสาเหตุหลักให้ นร.-นศ.ถูกลวนลาม - Voice TV

beritaterikat.blogspot.com

นิด้าโพล ระบุประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เคยถูกลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ เชื่อสาเหตุที่ทำให้นักเรียนหรือนักศึกษาถูกลวมลามคือ นิสัยหรือพฤติกรรมเฉพาะตัวของผู้ก่อเหตุเอง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น 'นิด้าโพล' ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง 'การถูกล่วงละเมิดทางเพศ' ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14 – 20 ก.ย. 2563 จากนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 15-25 ปี กระจายทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,197 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการถูกลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยถูกลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.13 ระบุว่า ไม่เคย ขณะที่ 13.28% ระบุว่า เคย และ 1.59% ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นการถูกลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่

ด้านสาเหตุที่ทำให้นักเรียน/นักศึกษาถูกลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ พบว่า ส่วนใหญ่ 56.22% ระบุว่า นิสัย/พฤติกรรมเฉพาะตัวของผู้ลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ รองลงมา 26.40% ระบุว่า การแต่งกายของนักเรียน/นักศึกษา 11.70% ระบุว่า การลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศได้รับแรงจูงใจจากการเสพสื่อออนไลน์ และ/หรือ สื่อกระแสหลัก 10.03% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษาอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมกับผู้ลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ 8.94% ระบุว่า กริยา ท่าทาง ของนักเรียน/นักศึกษา 5.43% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษาอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมกับผู้ลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ 3.76% ระบุว่า ผู้ลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ตระหนักว่าเป็นเรื่องการลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ 3.51% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษาถูกล่อลวง 1.50% ระบุว่า สถานะ ทางสังคม/เศรษฐกิจของนักเรียน/นักศึกษาที่ด้อยกว่า (จึงไม่กล้าปฏิเสธ) 1.25% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษาไม่รู้/ไม่ตระหนักว่าเป็น การลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ 0.84% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษาไม่นึกว่าเป็นการลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ (ไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดา) 0.42% ระบุว่า สภาพความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญาของนักเรียน/นักศึกษา และ 2.09% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

สำหรับบุคคล/หน่วยงานที่จะบอกเมื่อถูกครู/อาจารย์ ลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ พบว่า ส่วนใหญ่ 66.17% ระบุว่า บอกผู้ปกครอง รองลงมา 21.89% ระบุว่า บอกครู/อาจารย์ท่านอื่น 18.13% ระบุว่า แจ้งความกับตำรวจ 11.28% ระบุว่า บอกเพื่อนสนิท 4.26% ระบุว่า ร้องทุกข์ผ่านหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง (ไม่รวมตำรวจ) 2.59% ระบุว่า ร้องทุกข์ผ่านมูลนิธิ/สมาคม หรือ NGOs ที่เกี่ยวข้อง 1.59% ระบุว่า ปิดเป็นความลับ 1.17% ระบุว่า บอกพี่น้อง 1.09% ระบุว่า บอกแฟน 0.92% ระบุว่า ระบายผ่าน social media 0.84% ระบุว่า บอกญาติสนิท และ 0.50% ระบุว่า บอกสื่อ (เช่น รายการวิทยุ)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคล/หน่วยงานที่จะบอกเมื่อถูกเพื่อน/บุคคลอื่น ลวนลามหรือล่วงละเมิดทางเพศ พบว่า ส่วนใหญ่ 55.64% ระบุว่า บอกผู้ปกครอง รองลงมา 28.65% ระบุว่า บอกครู/อาจารย์ 19.05% ระบุว่า แจ้งความกับตำรวจ 8.19% ระบุว่า บอกเพื่อนสนิท 3.09% ระบุว่า ปิดเป็นความลับ 2.67% ระบุว่า ร้องทุกข์ผ่านหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง (ไม่รวมตำรวจ) 2.26% ระบุว่า ร้องทุกข์ผ่านมูลนิธิ/สมาคม หรือ NGOs ที่เกี่ยวข้อง 1.25% ระบุว่า บอกพี่น้อง 0.84% ระบุว่า บอกญาติสนิท 0.67% ระบุว่า ระบายผ่าน social media และ 0.50% ระบุว่า บอกแฟน และบอกสื่อ (เช่น รายการวิทยุ) ในสัดส่วนที่เท่ากัน

Photo by Igor Ovsyannykov on Unsplash

Let's block ads! (Why?)


September 22, 2020 at 05:48PM
https://ift.tt/3clxiEu

ปชช.ส่วนใหญ่เชื่อนิสัย/พฤติกรรมเป็นสาเหตุหลักให้ นร.-นศ.ถูกลวนลาม - Voice TV
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Sunday, September 20, 2020

ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ EP.17 โชคบดี รู้สาเหตุที่โดน ลัคกี้ เทเพราะอะไร - ไทยรัฐ

beritaterikat.blogspot.com
ไทยรัฐออนไลน์21 ก.ย. 2563 09:01 น.
อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 09:01AM
https://ift.tt/32O59TC

ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ EP.17 โชคบดี รู้สาเหตุที่โดน ลัคกี้ เทเพราะอะไร - ไทยรัฐ
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Saturday, September 19, 2020

เฉลยแล้ว ! เหตุใด คนละครึ่ง ไม่แจกเงิน 3 พันบาท เป็นเงินสด ?? - Kapook.com

beritaterikat.blogspot.com
          สศค. แจงสาเหตุไม่แจกเงินสดโครงการ คนละครึ่ง 3 พันบาท เพราะไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายให้ตอบโจทย์การช่วยผู้ประกอบการขนาดเล็กในชุมชน 
คนละครึ่ง
ภาพจาก  TNN
          จากกรณี ศบค. มีมติเห็นชอบหลักการมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ รวมไปถึงโครงการคนละครึ่ง ที่แจกเงิน 3,000 บาท ให้ประชาชนนำไปจับจ่ายซื้อของ โดยที่รัฐจะออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งให้เราออกเอง ตามที่ได้มีการรายงานไปแล้วนั้น

          อ่านข่าว : คนละครึ่ง แจกเงิน 3,000 บาท เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว วันไหน - ใช้อย่างไร ดูเลย !
          วันที่ 19 กันยายน 2563 TNN รายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยเผยเกี่ยวกับข้อสงสัยว่าเหตุใดโครงการคนละครึ่งจึงไม่จ่ายเป็นเงินสดว่า มาตรการดังกล่าวต้องการให้เกิดการเพิ่มกำลังซื้อในส่วนของเครื่องอุปโภค บริโภค ร้านอาหาร ร้านขนาดเล็กในชุมชนต่าง ๆ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินกระจายสู่ร้านค้าผู้ประกอบการขนาดเล็ก
คนละครึ่ง
ภาพจาก Rainbow Bkk / Shutterstock.com
          ทั้งนี้ เงื่อนไข "คนละครึ่ง" คือ ผู้ได้รับสิทธิจะต้องจ่าย 50% และรัฐจะช่วยอีก 50% ผ่านแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" แต่มีข้อแม้ว่าในแต่ละวันจะใช้ได้ไม่เกิน 100 บาท ต่อคนต่อวัน ทยอยใช้ทุกวันจนครบ 3,000 บาท ต่อคน ตามระยะเวลาโครงการที่จะเริ่มให้ใช้สิทธิตั้งแต่ 23 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคน 2563

          หมายความว่า หากผู้ได้รับสิทธิใช้จ่าย 200 บาท ในวันนี้ จะจ่ายเพียง 100 บาท เพราะรัฐจะสนับสนุนอีก 100 บาท โดยจะสมทบให้กับร้านค้าในวันถัดไป แต่หากซื้อสินค้าเกินเป็น 300 บาท ผู้มีสิทธิจะต้องจ่าย 200 บาท เพราะรัฐกำหนดเงินช่วยเหลือสมทบเพียง 100 บาท

คนละครึ่ง
ภาพจาก Christopher PB / Shutterstock.com
          พร้อมยอมรับว่าโครงการดังกล่าวอาจมีข้อจำกัดสำหรับบางคนไม่มีโทรศัพท์ หรือไม่สามารถโหลดแอปฯ ได้ แต่ถ้าอยากให้โครงการนี้ตอบโจทย์ว่าเม็ดเงินลงไปสู่ผู้ประกอบการขนาดเล็กจริง ๆ ก็จะต้องใช้ระบบ "เป๋าตัง" และ "ถุงเงิน" เพราะไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถกำหนด และเก็บสถิติว่า การใช้จ่ายจะลงไปที่กลุ่มคนกลุ่มไหน และร้านค้าประเภทไหน

            โดยการดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่นสามารถตรวจสอบได้ และกำหนดได้ว่าผู้รับเป็นร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น ส่วนจะมีการขยายผู้ได้รับสิทธิหรือไม่ เชื่อว่ารัฐบาลจะพร้อมพิจารณาถ้าโครงการนี้จะได้รับความนิยมจากประชาชน

ขอบคุณข้อมูลจาก TNN

Let's block ads! (Why?)


September 20, 2020 at 08:32AM
https://ift.tt/33PFwRI

เฉลยแล้ว ! เหตุใด คนละครึ่ง ไม่แจกเงิน 3 พันบาท เป็นเงินสด ?? - Kapook.com
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

สาเหตุที่ย้าย ! แวร์เนอร์ เชื่อ เชลซี ช่วยตนเป็นยอดกองหน้าได้ - 90min

beritaterikat.blogspot.com
Timo Werner
Brighton & Hove Albion v Chelsea - Premier League | Richard Heathcote/Getty Images

ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวใหม่ของสโมสร เชลซี ทีมในศึก พรีเมียร์ลีก กล่าวว่าสาเหตุที่เขาย้ายมาเล่นในอังกฤษเพื่อยักระดับฝีเท้าและศักยภาพของตัวเองให้สูงขึ้น ตามรายงานจาก เดอะการ์เดี้ยน

ดาวยิงทีมชาติเยอรมนีระเบิดตาข่ายในศึก บุนเดสลีกา เมื่อซีซันที่แล้วไป 28 ประตู ทำให้เจ้าตัวตกเป็นเป้าหมายของทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรป แต่สุดท้ายก็ลงเอยในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 53 ล้านปอนด์หลังปิดฤดูกาล

แวร์เนอร์ กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องการย้ายออกจาก อาร์เบ ไลป์ซิก โดยเชื่อว่า เชลซี จะสามารถช่วยรีดศักยภาพของตนออกมาได้อีก

"แน่นอนว่าที่ ไลป์ซิก นั้นยังไม่ได้ ติโม แวร์เนอร์ ที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ สำหรับผมมันถึงเวลาที่จะบอกว่าผมต้องการลองอะไรใหม่ ๆ ลองออกจากเยอรมนี ผมต้องการไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ลงเล่นหลาย ๆ เกมและได้เจอกับกองหลังที่แข็งแกร่ง"

"ผมต้องการความท้าทายต่อไปในชีวิต ผมพัฒนามาได้ระดับหนึ่งในเยอรมนี ตอนที่ผมย้ายมาจาก สตุ๊ตการ์ท ผมได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ ผมได้เล่นให้กับ ไลป์ซิก ในช่วง 4 ปีที่ยอดเยี่ยม ผมได้ไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ลีก เข้าถึงรอบเซมิไฟนอล นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ แต่ตอนนี้ผมต้องการเริ่มบทใหม่ในอาชีพ การเดินทางใหม่ ให้เกมของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลอังกฤษ" แวร์เนอร์ กล่าว

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

Let's block ads! (Why?)


September 20, 2020 at 01:55AM
https://ift.tt/3mz9JNb

สาเหตุที่ย้าย ! แวร์เนอร์ เชื่อ เชลซี ช่วยตนเป็นยอดกองหน้าได้ - 90min
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Friday, September 18, 2020

เร่งหาสาเหตุ ปมไฟไหม้วอด ชุมชนตลาดบ้านใหม่ดอนเมือง เสียหายกว่า 50 หลัง - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS

beritaterikat.blogspot.com

19 ก.ย. 2563
102 ครั้ง

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนตลาดดอนเมือง เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นชุมชนลักษณะบ้านเดี่ยวครึ่งปูนครึ่งไม้ ปลูกติดกันหลายหลัง

 

ถูกเพลิงไหม้ไปประมาณ 40-50 หลังคาเรือน บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่มูลนิธินำรถน้ำเข้าสกัดเพลิงนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

 

ชาวบ้านในชุมชนเล่าว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่สามารถที่จะนำทรัพย์สินติดตัวออกมาจากกองเพลิงได้ มีเพียงเสื้อผ้าที่ใส่ติดตัวมาเท่านั้น ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ ตนเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร

 

ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง ระบุว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ประมาณ 40-50 หลังคาเรือน หรือประมาณ 150-200 คน และขณะนี้สำนักงานเขตได้ประสานกับโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว

 

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020 at 07:04AM
https://ift.tt/2EeHYIu

เร่งหาสาเหตุ ปมไฟไหม้วอด ชุมชนตลาดบ้านใหม่ดอนเมือง เสียหายกว่า 50 หลัง - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

เมินยักษ์ยุโรป ! แฟร์ราน ตอร์เรส เผยสาเหตุเลือกย้ายซบ แมนฯ ซิตี้ - เอ็มเอสเอ็น

beritaterikat.blogspot.com
Spain v Ukraine -UEFA Nations league © สนับสนุนโดย 90min Spain v Ukraine -UEFA Nations league

แฟร์ราน ตอร์เรส ปีกตัวใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก เปิดเผยสาเหตุที่ย้ายมาเล่นในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ว่าเป็นเพราะผู้จัดการทีมที่ชื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ตามรายงานจาก เดลีเมล

สตาร์วัย 20 ปีตกเป็นเป้าหมายของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้ง ยูเวนตุส บาเยิร์น มิวนิค และ แอตเลติโก้ มาดริด หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ดีกับ บาเลนเซีย ใน ลาลีก้า

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วเขาเลือกที่จะย้ายมาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเจ้าตัวกล่าวว่าเขาดีใจมากที่ตัดสินใจเช่นนี้

"ตอนที่ผมได้คุยกับ เป๊ป เขาบอกผมว่าให้ย้ายมาที่นี่ ซึ่งการมาร่วมทีมของผมจะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อทีมเป็นอย่างมากและเขาก็บอกว่าสโมสรแห่งนี้คือที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผม จากจุดนั้นบอกตามตรงเลยว่ามันทำให้ผมอยากจะมาเล่นที่นี่มาก" ตอร์เรส กล่าว

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020 at 05:11AM
https://ift.tt/3mxgoaJ

เมินยักษ์ยุโรป ! แฟร์ราน ตอร์เรส เผยสาเหตุเลือกย้ายซบ แมนฯ ซิตี้ - เอ็มเอสเอ็น
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Thursday, September 17, 2020

จุดแดง-จ้ำเขียว หรือ พรายย้ำ สาเหตุมาจากโรคเลือด - เนชั่นทีวี สถานีข่าว 24 ชั่วโมง

beritaterikat.blogspot.com

หากสังเกตเห็นมีจุดแดงหรือจ้ำเขียว (โบราณว่า "พรายย้ำ) ตามผิวหนัง (ภาพที่ 1 จุดแดง และภาพที่ 2 จุดจ้ำเขียว) ไม่ว่าที่ใดที่หนึ่ง พึงระวังว่าอาจเป็นอาการเลือดออกที่ใต้ผิวหนัง เราสามารถพิสูจน์ง่ายๆ โดยใชนิ้วมือดึงรั้งผิวหนังบริเวณรอบๆ จุดแดงจ้ำเขียวนั้นให้ตึง ถ้าจางหายมักจะเป็นรอยยุงกัด หรือรอยผื่นแดงในโรคหัด หัดเยอรมัน ส่าไข้ เป็นต้น แต่ถ้าไม่จางหาย ก็จะเป็นจุดแดงหรือจ้ำเขียวเพราะเป็นรอยเลือดที่ออกและแทรกซึมอยู่ใต้ผิวหนังคล้ายรอยสัก

นอกจากสาเหตุจากฟกช้ำดำเขียวที่เกิดขึ้นหลังบาดเจ็บทันทีแล้ว อาการจุดแดงหรือจ้ำเขียวมักมีสาเหตุจากความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด เช่น

- ไข้เลือดออก มักมีไข้สูงร่วมด้วย

- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไขกระดูกฝ่อ (สร้างเม็ดเลือดต่างๆ ไม่ได้) มักมีอาการไข้ ซีด มีเลือดออกตามที่ต่างๆ เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟันร่วมด้วย)

- ภาวะเลือดออกง่ายจากสาเหตุต่างๆ เป็นต้น

หากสงสัยมีจุดแดงหรือจ้ำเขียวขึ้นที่ผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ใจ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV

Let's block ads! (Why?)


September 18, 2020 at 06:26AM
https://ift.tt/2EcfaR1

จุดแดง-จ้ำเขียว หรือ พรายย้ำ สาเหตุมาจากโรคเลือด - เนชั่นทีวี สถานีข่าว 24 ชั่วโมง
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Wednesday, September 16, 2020

ยิงยกครัวดับ 5 ศพย่านสุขสวัสดิ์ ยังไม่ทราบสาเหตุ - ข่าวไทยพีบีเอส

beritaterikat.blogspot.com

เกิดเหตุยิงภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 5 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ

วันนี้ (17 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. เกิดเหตุยิงยกครัวภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยสุขสวัสดิ์ 70 เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิต 5 คน ขณะที่เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่าได้ยินเสียงปืนหลายนัด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งครุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันแพทย์ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน และเด็ก 1 คน

มีรายงานข่าวว่า พบอาวุธปืนในมือของผู้เสียชีวิตคนหนึ่ง เบื้องต้นทราบว่าเป็นเจ้าของบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอะไหล่รถยนต์

Let's block ads! (Why?)


September 17, 2020 at 10:03AM
https://ift.tt/2RzrFsN

ยิงยกครัวดับ 5 ศพย่านสุขสวัสดิ์ ยังไม่ทราบสาเหตุ - ข่าวไทยพีบีเอส
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Tuesday, September 15, 2020

พ่อพลทหาร ที่เสียชีวิต ไม่ติดใจสาเหตุการตายของลูก - เอ็มเอสเอ็น

beritaterikat.blogspot.com
© สนับสนุนโดย PPTVHD36

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> กองทัพไทย แจงปมทหารใหม่ผลัด 1/63 เสียชีวิต คาด หัวใจเต้นผิดจังหวะ

บรรยากาศที่บ้านเกิดของพลทหารเสรี บุตรวงค์ ผู้เสียชีวิต ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านมะโน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ถูกจัดเป็นสถานที่ตั้งศพ วันนี้เจ้าหน้าที่ทหารหลายนายเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจและช่วยเหลืออยู่บริเวณหน้างาน รวมทั้งมีพวงหรีดจากนายทหารส่งมาแสดงความเสียใจด้วย โดยที่ญาติๆและเพื่อนบ้านต่างก็ยังทำใจไม่ได้ เพราะเป็นการเสียชีวิตที่กระทันหันเกินไป แต่ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทางบิดา ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าไม่ติดใจสาเหตุการตาย เพราะได้ดูสภาพศพลูกเมื่อเสียชีวิต ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย และผลชันสูตรของแพทย์ก็ระบุว่า เสียชีวิตจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ

สำหรับพลทหารเสรี ผู้เสียชีวิต ถูกคัดเลือกเป็นทหารกองประจำการ รุ่นปี 2563 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นคนนิสัยดี สุขภาพแข็งแรงดีปกติ แต่เมื่อแพทย์ระบุสาเหตุเสียชีวิตที่แน่ชัด จากความผิดปกติของตัวเอง ทางญาติก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร โดยพิธีฌาปณกิจศพจะมีขึ้นวันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน ที่วัดมะโนวราราม จังหวัดสุรินทร์ สำหรับการช่วยเหลือในเบื้องต้น กรมการสื่อสารทหารซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัด ได้จัดผู้แทนหน่วย ได้แก่ ผู้บังคับกองพัน กรมการสื่อสารทหาร และผู้แทนหน่วยฝึกฯ จำนวน 7 นาย ร่วมเดินทางนำศพกลับภูมิลำเนา และจะอยู่ร่วมในงานสวดพระอภิธรรมศพทุกวัน จนกว่าจะถึงวันฌาปนกิจศพ

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายดุรงค์กร บุตรศักดิ์ศรี เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ตั้งแต่เรียนประถมพบว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายดุงรงค์ แชทหาพลทหารเสรี เพื่อสอบถามปกติ และยังโต้ตอบแชทจนถึงวันที่ 1 กันยายนช่วงเช้า โดยเนื้อหาเป็นการถามไถ่กันปกติ ก่อนที่พลทหารเสรี บอกว่า กังวลว่าจะเป็นตัวถ่วงคนอื่นเพราะต้องวิ่งร่วมกับคนอื่นเนื่องจากเป็นคนที่มีน้ำหนักเยอะ ก่อนจะทิ้งท้ายข้อความสุดท้ายประมาณว่าซักวันคงได้เจอกัน

นายดุรงค์ บอกว่า ได้ไปเที่ยวกับพลทหารเสรีเป็นครั้งสุดท้ายที่จ.ชลุบรี ก่อน 3 วัน ที่นายเสรี จะเข้ากรมทหาร ก็ได้นัดกันออกมานั่งกินข้าว และร่ำลากัน ซึ่งเพื่อน บอกว่า ไม่อยากเป็นทหาร แต่จับได้ใบแดงก็ต้องมาทำหน้าที่

ส่วนตัวยังรู้สึกติดใจกับสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารนิกกี้ ตอนแรกที่ทราบข่าว สาเหตุการเสียชีวิต คือเส้นเลือดตีบเลือดไปหล่อเลี้ยงสมองไม่ทัน แต่พอเมื่อตอนเช้าทางกองทัพมาแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลักษณะไหลตาย จึงตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลการเสียชีวิตที่ไม่ตรงกันนั้นมีเงื่อนงำอะไรไปมากกว่านี้หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ทราบเพื่อนไม่ได้มีโรคประจำตัว ร่างกายแข็งแรง สดใสร่าเริงตามปกติ เป็นคนไม่สูบบุหรี่ ไม่ค่อยดื่มเหล้า

เพื่อนพลทหารเสรี บอกอีกว่าครอบครัวบ้านของผู้ตายค่อนข้างยากจน ไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ต้องออกมาทำงานเลี้ยงตัวเองและครอบครัว เมื่อจบมัธยมปลาย และเพื่อนมีความฝันว่าอยากจะเรียนต่อโดยจะใช้วุฒิ ม.6 หางานทำเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนให้สูงๆ

ด้านพลตรีธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย จากผลสอบสวนข้อเท็จจริงและจากผลการสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตโดยแพทย์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 กันยายน สันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ลักษณะไหลตาย โดยไม่ได้เกิดจากการถูกประทุษร้าย) ซึ่งนายสมทรง บุตรวงค์ บิดาพลทหารเสรี ทราบสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์และได้ร่วมขอดูศพแล้ว ซึ่งไม่ติดใจและมีความเข้าใจดีถึงสาเหตุการเสียชีวิต

ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดรับทราบแล้ว และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยสั่งการให้เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเน้นย้ำให้ต้นสังกัดดูแล จัดงานศพอย่างดีที่สุด ซึ่งหน่วยต้นสังกัดออกค่าใช้จ่ายในการนำศพ พลทหารเสรีฯ กลับภูมิลำเนา รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายในพิธีสวดพระอภิธรรมทุกคืน ตลอดจนออกค่าใช้จ่ายในงานฌาปนกิจศพ และเก็บอัฐิ พร้อมมอบทุนทรัพย์จำนวน 2 แสนบาท เพื่อแบ่งเบาภาระความเป็นอยู่ของครอบครัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> 7 ทหารสำนึกผิด หลังอุ้มสองพี่น้อง ซ้อมหายาเสพติดจนตาย

Let's block ads! (Why?)


September 16, 2020 at 02:34AM
https://ift.tt/32wkgAN

พ่อพลทหาร ที่เสียชีวิต ไม่ติดใจสาเหตุการตายของลูก - เอ็มเอสเอ็น
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Monday, September 14, 2020

กองทัพแจงกรณีพลทหารเสียชีวิต สาเหตุจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไมมีการทำร้าย - ช่อง 7

beritaterikat.blogspot.com
จากกรณีที่พลทหารเสรี บุตรวงค์ ทหารกองประจำการ รุ่นปี 2563 ผลัดที่ 1 เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 02.45 นาฬิกา ที่โรงพยาบาลทหารอากาศ สีกัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

วันนี้ (15 ก.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งการให้เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเน้นย้ำให้ต้นสังกัดดูแล จัดงานศพอย่างดีที่สุด

พล.ต.ธีรพงศ์ กล่าวว่าจากการสอบสวนข้อเท็จจริง และจากผลการสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตโดยแพทย์โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 เวลาประมาณ 12.00 นาฬิกา สันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากหัวใจเต้นผิดจังหวะในลักษณะไหลตาย ไม่ได้เกิดจากการถูกประทุษร้าย ทั้งนี้ นายสมทรง บุตรวงค์ บิดาของพลทหารเสรีฯ ได้รับทราบสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์และได้ร่วมขอดูศพแล้ว ซึ่งไม่ติดใจและมีความเข้าใจดีถึงสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว

“ในเบื้องต้น กรมการสื่อสารทหารซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัด ได้จัดผู้แทนหน่วย ได้แก่ ผู้บังคับกองพัน กรมการสื่อสารทหาร และผู้แทนหน่วยฝึกฯ จำนวน 7 นาย ร่วมเดินทางนำศพกลับภูมิลำเนา และจะอยู่ร่วมในงานสวดพระอภิธรรมศพทุกวัน จนกว่าจะถึงวันฌาปนกิจศพ โดยหน่วยต้นสังกัดได้ดำเนินการออกค่าใช้จ่าย ในการนำศพพลทหารเสรีกลับภูมิลำเนา รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายในพิธีสวดพระอภิธรรมทุกคืน ตลอดจนออกค่าใช้จ่ายในงานฌาปนกิจศพและเก็บอัฐิ กับทั้งยินดีมอบทุนทรัพย์ให้แก่บิดาพลทหารเสรีเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระความเป็นอยู่ของครอบครัวต่อไป” พล.ต.ธีรพงศ์ กล่าว

Let's block ads! (Why?)


September 15, 2020 at 10:35AM
https://ift.tt/2GRGrcf

กองทัพแจงกรณีพลทหารเสียชีวิต สาเหตุจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไมมีการทำร้าย - ช่อง 7
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

นิวโมคอคคัส สาเหตุหลักโรคปอดอักเสบ - โพสต์ทูเดย์

beritaterikat.blogspot.com

นิวโมคอคคัส สาเหตุหลักโรคปอดอักเสบ

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 07:10 น.

แพทย์เตือน “ไข้สูง ไอ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก” รีบพบแพทย์ เสี่ยงติดเชื้อนิวโมคอคคัส สาเหตุโรคปอดบวมและโรคติดเชื้อในกระแสเลือด พร้อมแนะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลโรค

โรคนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Disease) เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย เกิดจากแบคทีเรียชื่อว่า สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ สามารถพบได้ในระบบทางเดินหายใจส่วนบนของคนตามช่องโพรงจมูกและลำคอ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ และโรคติดเชื้อในกระแสเลือดได้

โรคนิวโมคอคคัสสามารถติดต่อกันผ่านทางใดได้บ้าง?

ผู้ที่มีเชื้ออยู่แต่ไม่มีอาการใดๆ จะเรียกว่า “เป็นพาหะของโรค” และสามารถแพร่เชื้อนี้สู่ผู้อื่นได้เหมือนกับการแพร่เชื้อหวัด คือผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ การไอ จาม ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อไป อาจไม่มีอาการเช่นเดียวกัน หรือเกิดโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสได้ 

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เชื้อจะสามารถแพร่กระจายไปสู่บุคคลอื่นโดยการไอ หรือ จาม ทำให้มีละอองเสมหะแพร่กระจายออกไป สามารถเข้าสู่ร่างกายโดยการสัมผัสสิ่งปนเปื้อน ซึ่งคล้ายกับการแพร่กระจายของโรคหวัด และไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนิวโมคอคคัสซ้ำซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แนะให้ผู้มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ควรได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคนิวโมคอคคัสเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ 

ทางด้านนายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสงสัยว่ามีอาการ ไข้สูง ไอ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อาจมีอาการของไข้หวัดนำมาก่อนหรือไม่ก็ได้ ให้รีบพบแพทย์

วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโรค คือการมีสุขอนามัยที่ดีด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ปิดปากหรือจมูกด้วยกระดาษทิชชูเมื่อไอหรือจาม
  • ทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะทันทีที่ใช้เสร็จ จากนั้นล้างมือให้สะอาด
  • ล้างมือเป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการรับประทานอาหาร ก่อนและหลังการประกอบอาหาร และหลังจากการไอ จาม หรือเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือชุมชนแออัด 

ข้อควรระวังสำหรับผู้สูงอายุ

ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคต่างๆ ของร่างกายเสื่อมลง ทำให้มีโอกาสติดเชื้อนิวโมคอคคัสง่ายกว่า เมื่อเทียบกับคนวัยหนุ่มสาว ดังนั้น การเสริมภูมิคุ้มกันตั้งแต่อายุ 50 ปี จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับร่างกาย 

อันตรายที่คาดไม่ถึง

แบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอีนี้ยังทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตำแหน่งอื่นๆ ได้อีก ได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และการติดเชื้อแบบลุกลาม หรือไอพีดี (IPD, Invasive Pneumococcal Disease) ซึ่งหมายถึงภาวะที่เชื้อสามารถลุกลามผ่านเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ เข้าไปในกระแสเลือดหรืออวัยวะที่ปราศจากการปนเปื้อนใดๆ จากภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้น เช่น การเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล และหากมีอาการรุนแรงมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเกิดขึ้นในเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

โรคนิวโมคอคคัสป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ในปัจจุบันมี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบคอนจูเกต (PCV13) ซึ่งครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัส 13 สายพันธุ์ และวัคซีนนิวโมคอคคัสแบบโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23) ซึ่งครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์ ซึ่งวัคซีนทั้งสองชนิดนี้สามารถครอบคลุมสายพันธุ์ของเชื้อที่ก่อโรคนิวโมคอคคัสรุนแรงในประเทศไทยได้ประมาณร้อยละ 68-78 จากเชื้อก่อโรคทั้งหมดประมาณ 90 สายพันธุ์ 

โดยวัคซีนนิวโมคอคคัส 13 สายพันธุ์ ( PVC13 ) แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้าม 1 เข็ม แก่ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการตัดม้าม
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำในช่องไขสันหลังรั่วซึม ( cerebrospinal leakage )

โดยยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น วัคซีนนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์ ( PPSV23 ) แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้าม 1 เข็ม แก่ผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ที่มีโรคปประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน และผู้ที่อายุน้อยกว่า 65 ปี ควรได้รับวัคซีนนิวโมคอคคัส23 สายพันธุ์ 1 เข็ม และควรฉีดกระตุ้นทุก 5 ปีจนถึงอายุ 65 ปี

ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการตัดม้าม
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำในช่องไขสันหลังรั่วซึม (cerebrospinal leakage)
  • ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหูชั้นใน (cochlear implant)

ผู้ที่ควร “งด” รับวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

  • ผู้ที่เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัสชนิดใดชนิดหนึ่งในครั้งก่อน หรือเคยแพ้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ (diphtheria toxoid)
  • หากมีไข้ เจ็บป่วยเฉียบพลันควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน รอให้หายป่วยก่อนจึงค่อยมารับวัคซีน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อย มีไข้สามารถรับวัคซีนได้

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีน

พบได้ร้อยละ 30 เป็นอาการเฉพาะที่ เช่น เจ็บ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน บางรายอาจมีอาการยกแขนไม่ขึ้น ให้ดูแลโดยการประคบเย็น บางรายอาจมีไข้ ปวดศีรษะ สามารถรับประทานยาลดไข้ได้ ปฏิกิริยาอื่น ๆ ที่อาจพบร่วมได้ เช่น อาการง่วงซึม เบื่ออาหารเล็กน้อย อ่อนเพลีย ร้อนวูบวาบ ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ใน 2-7 วัน หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรพบแพทย์ 

.

ที่มา : กรมการเเพทย์ , โรงพยาบาลพญาไท

Let's block ads! (Why?)


September 15, 2020 at 07:26AM
https://ift.tt/2ZELOCb

นิวโมคอคคัส สาเหตุหลักโรคปอดอักเสบ - โพสต์ทูเดย์
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Sunday, September 13, 2020

หลับในอีกสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุ วันเดียว'ตายคาที่'17ศพ - เดลีนีวส์

beritaterikat.blogspot.com

อุบัติเหตุในช่วงวันที่ผ่านมา เพื่อเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์

เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คาวาซากิ KSR สีขาวดำ ทะเบียน 2กอ-4855 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนแท่งแบริเออร์บนถนนสุขุมวิทช่วงที่มีการซ่อมแซมถนน เส้นทางกม.ที่ 10 -สัตหีบ ตรงข้ามสวนไผ่รีสอร์ท หมู่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้ชายวัย 29 ปี ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพรถจักรยานยนต์พังยับเยิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำส่งรพ. ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดเกิดจากหลับใน อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

"เฉพาะเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) มียอดคนตายคาที่ ณ จุดเกิดเหตุ 17 ศพ" สำหรับตัวเลขที่ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการในแต่ละวันนั้น มาจากเครือข่ายที่อยู่ทั่วประเทศ ซึ่งบางพื้นที่บางสถานีจะหยุดทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ต้องมาแจ้งรวมกันในวันอังคาร แต่สุดท้ายยอดรวมจะตรงกันหรือใกล้เคียงกัน จึงกลายมาเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ
 
"นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ" ให้ข้อมูลที่น่าสนใจกับ "เดลินิวส์ออนไลน์" ถึงตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการจากการรวบรวมของมูลนิธิฯ ที่ร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ เกี่ยวกับยอดการตาย ณ จุดเกิดเหตุ อันเกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วประเทศ เพราะทุกวันนี้ยังมีคนตายบนท้องถนนตลอด 365 วัน โดยปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. มียอดตายรวม 13,956 ศพ ส่วนปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -31 ธ.ค.62 มียอดตายรวม 14,907 ศพ ขณะที่ปี 2563 วันที่ 1-13 ก.ย.63 มียอดตายรวม 506 ศพ และวันที่ 1 ม.ค.-13 ก.ย.63 มีผู้เสียชีวิต 9,786 ศพ 

Let's block ads! (Why?)


September 14, 2020 at 09:28AM
https://ift.tt/2FurJY6

หลับในอีกสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุ วันเดียว'ตายคาที่'17ศพ - เดลีนีวส์
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

“มาดามแป้ง”ขอโทษแฟนบอลเหตุไฟดับยังไม่ทราบสาเหตุ - innnews - สำนักข่าว ไอเอ็นเอ็น

beritaterikat.blogspot.com

วันที่ 13 ก.ย. 63 ก่อนจบเกมไทยลีกนัดที่ 5 ระหว่าง การท่าเรือ พบ โปลิศ เทโร ในนาทีที่ 88 ซึ่งสกอร์เสมอกันอยู่ที่ 1-1 เกิดเหตุไฟดับทำให้การแข่งขันต้องยุติลง ท่ามกลางแฟนบอลในสนามที่มาชมเกมส์ ด้าน “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. แถลงขอโทษสั้นๆ กับแฟนบอลทันทีว่า “แป้งทำทีมมาตั้งแต่ ปี 2558 กว่า 6 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไฟดับครั้งนี้สร้างผลกระทบต่อสโมสร แป้งกราบขอโทษแฟนบอลทุกคนที่ตั้งใจเข้ามาชมเกมวันนี้ รวมถึงแฟนฟุตบอลที่รับชมทางบ้าน”

“อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงให้ทราบว่าสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เราลงทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทุกอย่างมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการจัดการแข่งขันในสนาม โดยการประสานความร่วมมือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ทั้งการปรับปรุงไฟสนาม รวมทั้งติดตั้งเครื่องปั่นไฟสำรองตามมาตรฐาน ซึ่งก่อนการแข่งขันมีการทดสอบกับเจ้าหน้าที่สนาม และช่างเทคนิคหลายครั้ง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ซึ่งยังเป็นเรื่องที่เราประหลาดใจและยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ ซึ่งในเวลานี้ เราคงรอข้อสรุปของต้นตอปัญหาจากช่างเทคนิคทุกฝ่ายว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมทั้งรอคำวินิจฉัยจากผู้ควบคุมการแข่งขัน” มาดามแป้ง กล่าวปิดท้าย

ด้าน การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ชี้แจงเหตุการณ์ไฟดับที่สนามแพท สเตเดียม รังเหย้าของ การท่าเรือ เอฟซี ในเกมที่เปิดบ้านพบ โปลิศ เทโร เอฟซี โดยเผยว่า เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าของสนามชำรุด

โดยจากการตรวจสอบของการไฟฟ้านครหลวงได้พบว่า ระบบไฟฟ้าของ MEA ยังคงจ่ายไฟตามปกติ แต่เหตุไฟฟ้าดับนั้น มีสาเหตุจากอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าได้แก่ เมนเซอร์กิตเบรคเกอร์ (Main Circuit Breaker) ของสนามฟุตบอลชำรุด จนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับคืนสู่สภาวะปกติได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ MEA ได้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องของสนามฟุตบอลเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

Let's block ads! (Why?)


September 14, 2020 at 07:16AM
https://ift.tt/32pStlu

“มาดามแป้ง”ขอโทษแฟนบอลเหตุไฟดับยังไม่ทราบสาเหตุ - innnews - สำนักข่าว ไอเอ็นเอ็น
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Friday, September 11, 2020

นิสัยชอบ “กัดเล็บ” มีสาเหตุมาจากอะไร? - Sanook

beritaterikat.blogspot.com

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงมีนิสัยชอบกัดเล็บตัวเอง พฤติกรรมการชอบกัดเล็บเกิดขึ้นจากอะไร เราไปหาคำตอบพร้อมกัน และศึกษาถึงวิธีแก้ไขที่จะทำให้เลิกกัดเล็บ จากบทความด้านล่างนี้ได้เลย

  1. อาการมันเขี้ยว และความเคยชิน

นิสัยการชอบกัดเล็บส่วนใหญ่แล้วมักเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก โดยในวัยเด็กที่ชอบกัดเล็บ ก็อาจจะเป็นเพราะมาจากอาการมันเขี้ยว ที่ชอบกัดทุกอย่างแม้กระทั่งเล็บมือ-เล็บเท้าตัวเอง แต่ถ้าถึงวัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ยังไม่สามารถเลิกนิสัยการกัดเล็บได้ ก็อาจจะถึงขั้นเคยชิน และติดนิสัยไปแล้วนั่นเอง

  1. ความเครียด และวิตกกังวล

ทางจิตวิทยาระบุไว้ว่า บุคคลที่โตแล้วแต่ยังมีพฤติกรรมชอบกัดเล็บอยู่ แสดงว่าอาจจะเข้าข่ายเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ เนื่องจากมีความเครียดสะสม รวมถึงมีความวิตกกังวล ซึ่งนิสัยชอบกัดเล็บนี้พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยการกัดเล็บที่เข้าข่ายป่วยทางจิตนั้น ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการ เช่น กัดเล็บตัวเองขณะเหม่อลอย หรือกัดเล็บตัวเองจนผิดรูปและเป็นแผลเลือดออก เป็นต้น

  1. เล็บไม่สวย ฟันเสีย เสี่ยงติดเชื้อโรค!

การกัดเล็บอาจเป็นเพียงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นชั่วคราวก็ได้ แต่หากติดจนเป็นนิสัยกระทั่งแก้ไม่หาย ก็อาจทำให้รูปร่างของเล็บไม่สวยผิดรูป และแน่นอนว่ามันย่อมส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพด้วย แถมอาจก่อให้เกิดโรคหรือปัญหาสุขภาพในลักษณะต่าง ๆ ตามมาได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟันที่อาจเสียหายได้เนื่องจากการกัดแทะเล็บ รวมถึงเรื่องของเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามซอกเล็บ ซึ่งปกติมือเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคจำนวนมากอยู่แล้ว และระหว่างวันเราหยิบจับสัมผัสสิ่งของมากมาย การกัดเล็บจึงเสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้

วิธีแก้ที่จะทำให้ไม่กัดเล็บ

  1. ทาเล็บ

การทาเล็บจะช่วยทำให้การกัดเล็บนั้น มีโอกาสเกิดได้ยากขึ้น เพราะว่าน้ำยาทาเล็บมีรสชาติที่ขม จึงทำให้วิธีนี้เป็นหนทางที่ค่อนข้างใช้ได้ผลเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครที่ชอบกัดเล็บมาก ๆ แต่ทาเล็บไปแล้วไม่ได้ช่วยอะไร งานนี้ก็อาจจะต้องไปพบแพทย์ และวินิจฉัยว่าสาเหตุจริง ๆ มาจากอะไร เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปนั่นเอง

  1. ตัดเล็บให้สั้น

หากตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอก็จะลดการกัดเล็บลงไปได้ เนื่องจากเมื่อเล็บสั้นก็อาจจะไม่เกิดอาการมันเขี้ยว ซึ่งการตัดเล็บให้สั้นที่ว่านี้ก็ ไม่ได้ความหมายว่าให้ตัดสั้นติดหนังนะ แต่ให้ตัดแบบสั้นสุภาพตามที่คนปกติเขาตัดกัน อีกอย่างหนึ่งคือแนะนำว่าให้ลองพกกรรไกรตัดเล็บติดตัวสักอัน เพราะบางทีมันอาจทำให้ความอยากกัดเล็บเปลี่ยนมาเป็นอยากตัดแต่งเล็บแทนก็ได้

  1. เคี้ยวหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งถือเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปได้แบบทีละน้อย แต่หากปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและรู้จักยับยั้งใจ คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมากกว่า ก็จะทำให้นิสัยการกัดเล็บค่อยๆ หายไปได้เอง

Let's block ads! (Why?)


September 12, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/2FlovGE

นิสัยชอบ “กัดเล็บ” มีสาเหตุมาจากอะไร? - Sanook
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Thursday, September 10, 2020

เปิดสาเหตุ ออสเตรเลียงัดข้อจีน กับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป - ไทยรัฐ

beritaterikat.blogspot.com
  • ออสเตรเลียกับจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีต่อกันมาหลายสิบปี แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อแดนมังกร ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
  • ออสเตรเลียตัดสินใจที่จะรับมือจีนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ จนทั้ง 2 ฝ่ายแสดงความขัดแย้งต่อกันอย่างเปิดเผย และตอบโต้กันไปมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
  • ออสเตรเลียยังมีแนวคิดที่จะลดการพึ่งพาทางการค้ากับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด แต่การทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

ออสเตรเลียเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับจีน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งภาคการเมืองและธุรกิจมีเป้าหมายสูงสุดคือ การปกป้องและขยายการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติแก่จีน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งแร่เหล็ก, ถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติ, ไวน์ และอื่นๆ ซึ่งทำให้ออสเตรเลียไม่เคยเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเลยแม้แต่ครั้งเดียวนานถึง 29 ปีติดต่อกัน จนกระทั่งไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วโลกในปี 2563 รัฐบาลออสเตรเลียทำทุกอย่างโดยมุ่งเน้นเรื่องการ รักษาสมดุล ระหว่างความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน กับความเป็นพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐฯ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 11, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/2RiqUUI

เปิดสาเหตุ ออสเตรเลียงัดข้อจีน กับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป - ไทยรัฐ
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Wednesday, September 9, 2020

มลพิษ: สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป ระบุ 1 ใน 8 ของการเสียชีวิตของคนยุโรปมีสาเหตุจากมลพิษ - บีบีซีไทย

beritaterikat.blogspot.com

air pollution

สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป (European Environment Agency หรือ EEA) ระบุว่า 1 ใน 8 ของคนยุโรปที่เสียชีวิตมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัญหามลพิษ

รายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรปพบว่า 13% ของการเสียชีวิตทั้งหมดมีสาเหตุมาจากมลพิษทางอากาศและเสียง คุณภาพน้ำที่ไม่ดีและการโดนสารเคมี โดยผู้คนที่อยู่ในชุมชนที่ยากจนและกลุ่มเปราะบางได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ

สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโคเปนเฮเกนยังพบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพของประชากรโลก และเราต้องดูแลโลกไม่ใช่เพื่อรักษาระบบนิเวศเท่านั้น แต่เพื่อรักษาชีวิตคนด้วย

ในปี 2012 (ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีข้อมูล) การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 620,000 ราย ในยุโรปมาจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม

มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยของการเสียชีวิต 400,000 รายต่อปี ส่วนมลพิษทางเสียงเป็นปัจจัยของการเสียชีวิต 12,000 ราย ส่วนกรณีการเสียชีวิตที่เหลือเป็นผลมาจากสภาพอากาศสุดขั้ว อาทิ คลื่นความร้อน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนหลายล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี และเป็น 1 ใน 3 สาเหตุ ของการเสียชีวิตจากภาวะสมองขาดเลือด มะเร็งปอด และโรคหัวใจ

ประเทศไหนโดนหนักสุด

สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรประบุว่า มีความแตกต่างชัดเจนระหว่างยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก

ในขณะที่นอร์เวย์และไอซ์แลนด์มีการเสียชีวิตที่มีปัจจัยจากมลพิษแค่ 9% ส่วนสัดส่วนการเสียชีวิตจากมลพิษในอัลเบเนีย และบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาอยู่ที่ 23% และ 27% ตามลำดับ

ในสหภาพยุโรป โรมาเนียเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้เสียชีวิตจากปัจจัยด้านมลพิษสูงที่สุดที่ 19% ประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ มอนเตเนโกร มาซิโดเนียเหนือ และเซอร์เบีย ขณะที่สัดส่วนสำหรับสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 12%

ต้องทำอย่างไร

Exhaust fumes coming out of car exhaust pipes

สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรปบอกว่า เราควรให้ความสำคัญสูงสุดกับพื้นที่ธรรมชาติอย่างป่าไม้และแหล่งน้ำเพราะพื้นที่เหล่านี้สามารถช่วยตัวเมืองได้เวลาเผชิญกับภาวะต่าง ๆ อาทิ คลื่นความร้อน น้ำท่วม ช่วยลดมลพิษทางเสียง และก็ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศน์ในเขตเมือง

ปีที่แล้ว กรุงลอนดอนประกาศริเริ่มโครงการเขตปล่อยมลภาวะต่ำสุด (Ultra Low Emission Zone) โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อจำกัดการปล่อยมลพิษจากรถยนต์

ในอิตาลี ก็มีการกำหนดเขตปล่อยมลภาวะต่ำเช่นกัน บางที่เป็นแบบถาวร บางที่เป็นแค่บางช่วงของปี ด้านเยอรมนีมีเขตปล่อยมลภาวะต่ำถึง 80 แห่ง ส่วนที่เนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรมีประเทศละ 14 แห่ง

นอกจากนี้ กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมได้ประกาศสร้างทางจักรยานอีก 40 กม. โดยหวังให้คนใช้การขนส่งสาธารณะน้อยลงหลังรัฐคลายมาตรการล็อกดาวน์

Let's block ads! (Why?)


September 10, 2020 at 09:53AM
https://ift.tt/3m4O1QZ

มลพิษ: สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป ระบุ 1 ใน 8 ของการเสียชีวิตของคนยุโรปมีสาเหตุจากมลพิษ - บีบีซีไทย
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Tuesday, September 8, 2020

ค้นหาสาเหตุองค์กรพัง เพราะผู้นำไม่แข็งแรง - โพสต์ทูเดย์

beritaterikat.blogspot.com

ค้นหาสาเหตุองค์กรพัง เพราะผู้นำไม่แข็งแรง

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 07:02 น.

“เพราะองค์กรคือชีวิต” อันเป็นฐานรากของยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เมื่อพูดถึงความท้าทายของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้ผู้นำองค์กรเจอปัญหาอะไรบ้าง 

ปัญหาพื้นฐานที่สุดของผู้นำองค์กรก็คือ ผู้นำไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อความอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ไม่สามารถสร้างทีมงานที่เข้มแข็งอย่างมีส่วนร่วม การทำงานก็ไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว องค์กรจึงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างเป็นเอกภาพ

...นั่นเป็นเพราะอะไร

ประการแรก ผู้นำไม่สามารถเหนี่ยวนำให้บุคลากรคิดออกนอกกรอบเดิมๆ แต่ยังติดอยู่กับภาพความสำเร็จเก่าๆ วิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไม่กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่กล้าออกจาก Comfort Zone บุคคลจึงขาดการพัฒนาตนเองขาดความกระตือรือร้นขาดแรงบันดาลใจขาดแรงขับเคลื่อนภายในบ่อยครั้งมีทัศนคติติดลบขาดการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นไม่เปลี่ยนไม่ปรับตัวไม่เล่นเชิงรุกจึงไม่สามารถนำตนเองได้

ประการที่สอง ผู้นำไม่สามารถวางรากฐานการแก้ปัญหาด้วยแนวคิดเชิงระบบ ในการรับมือกับปัญหา บุคลากรจึงจับประเด็นสำคัญไม่ได้และก็เชื่อมโยงประเด็นเหล่านั้นไม่ถูก ทางออกจึงคับแคบ ทีมงานจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ติดกับดักของตัวปัญหา ขาดกระบวนการเรียนรู้ อีกทั้งยังติดอยู่กับการแก้ปัญหาด้วยมุมมองเชิงเดี่ยว จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนได้ นอกจากนี้ ผู้นำยังขาดความเข้าใจในมุมมองเชิงองค์รวมหรือความเป็นทั้งหมด บุคลากรจึงขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดความคิดที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ ทีมงานจึงไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้ ทั้งหมดนี้จึงไม่สามารถสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

ประการที่สาม ผู้นำไม่สามารถเหนี่ยวนำให้บุคคลเห็นคุณค่าตนเอง ให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ภายในจึงเปราะบาง ขาดความเชื่อมั่น ขาดความมั่นคง ขาดภูมิต้านทาน หวั่นไหว ไม่กล้าตัดสินใจ กลัวพลาด เวลาเจอปัญหาหนักๆ ที่ทับซ้อนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บุคลากรจึงไม่สามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองได้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นตนเองกลับมาและสามารถขับศักยภาพภายในตนเองให้ออกมาได้อย่างเต็มที่

ประการที่สี่ ผู้นำไม่สามารถสร้างบรรยากาศของความศรัทธาให้เกิดขึ้นในองค์กร บุคลากรจึงไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ใจจึงไม่เปิดกว้างรับฟัง ขาดความเข้าใจกัน พูดกี่ครั้งก็ไม่เข้าใจ พูดไปก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ทีมงานจึงขาดความไว้วางใจกัน ขาดอารมณ์ร่วม จึงไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ทีมงานจึงขาดพลังร่วม ไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียว องค์กรขาดความเข้มแข็ง ขาดศักยภาพด้านการแข่งขัน ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างเป็นเอกภาพ

...จะเห็นได้ว่า ผู้นำมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน

แล้วเราจะสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรให้ยั่งยืนได้อย่างไร 

ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า กรอบความคิด (Mindset หรือ Paradigm) คือฐานรากของชีวิต กรอบความคิดมีธรรมชาติเป็นมายาคติ มันเป็นความรู้สึกนึกคิดที่หลอมรวมกันและสะท้อนถึงความมีชีวิต ดังที่ เรอเน เดการ์ต (René Descartes, 1596-1650) นักปรัชญาและนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในต้นยุคอารยธรรมตะวันตกสมัยใหม่ เขาได้กล่าวประโยคที่สำคัญเอาไว้ว่า “I think, therefore I am” แปลว่า “ในขณะที่ฉันคิด ตัวตนฉันจึงมีอยู่” นั่นคือ กรอบความคิดของฉันนี้เองที่กำหนด “ตัวตน” ตัวตนคือชีวิต กรอบความคิดจึงสะท้อนความมีชีวิตนั่นเอง ทุกชีวิตมีกรอบความคิดอันเป็นฐานรากชีวิต บุคลากรจึงมีความเป็นมนุษย์ องค์กรจึงมีชีวิต 

แล้วตัวตนต้องการอะไร 

มีนักปรัชญาชาวเยอรมันชื่อว่า ฟรีดริช วิลเฮล์ม นิตเช่ (Friedrich Wilhelm Nietzsche : 1844–1990) ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อแนวคิดอัตถิภาวนิยม (Existentialism) ท่านกล่าวว่า ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย 

ถึงตรงนี้ พอสรุปได้ว่าทุกชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย บุคลากรจึงต้องการได้รับการมอบอำนาจ ด้วยการยอมรับ ด้วยความเข้าใจ ต้องการกำลังใจ ความไว้วางใจ ความเชื่อใจ การให้เกียรติ และศรัทธา และเมื่อผู้นำมอบความรู้สึกที่ดีนี้ให้ เขาก็จะได้รับการยอมรับ ได้รับความเชื่อใจ ความไว้วางใจ และศรัทธาเป็นการตอบแทน “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” ในเมื่อฉันได้รับการยอมรับ เธอก็ได้รับการยอมรับจากฉันเช่นกัน การยอมรับที่ว่านี้เอง ภาวะผู้นำได้เกิดขึ้น เมื่อบุคคลที่ได้รับการยอมรับนั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า เมื่อเขาพูดอะไร ฉันจะฟัง และนี่คือเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงและส่งผลเป็นความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน

ดังนั้น อาการปัญหาต่างๆ ในรูปของภาวะผู้นำที่ไม่สามารถนำองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้นั้นล้วนมีเบื้องลึกของเหตุแห่งปัญหาอยู่ที่คุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนระหว่างบุคคลหากคุณค่านี้ได้รับการตอบสนองแล้วมันคือต้นทางของความยั่งยืนขององค์กรนั่นเอง

ผู้นำจึงต้องเข้าใจว่าในทุกขณะที่เรากำลังมีปฏิสัมพันธ์กันในรูปของพฤติกรรมนั้น โลกภายในคือตัวตนก็กำลังตีความกันอยู่ที่สะท้อนถึงความมีคุณค่าและความหมายระหว่างกัน ดังนั้น ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราให้คุณค่าและความหมายแก่ผู้ที่เราสัมพันธ์ด้วย ดังนั้น ผู้นำนอกจากจะเป็นผู้นำโดยตำแหน่งแล้ว ยังต้องแสดงออกถึงคุณค่าและความหมายของผู้ตามด้วย เพราะองค์กรคือชีวิต

ภาวะดังกล่าวจึงจะสามารถสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนฐานของความมีชีวิตนำไปสู่

  1. ความสามารถในการเหนี่ยวนำให้บุคลากรเห็นคุณค่าตนเองมีความภาคภูมิใจในตนเองเกิดความเชื่อมั่นมีภูมิต้านทานบุคลากรจึงสามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นเกิดแรงบันดาลใจสามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองได้อย่างเข้มแข็งสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองและขับออกมาได้อย่างเต็มที่เล่นเชิงรุกจึงสามารถนำตนเองได้เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ผ่านเข้ามาได้อย่างมั่นคง
  2. ความสามารถในการสร้างบรรยากาศของการเห็นคุณค่าในความแตกต่าง บุคลากรจึงเปิดใจกว้างรับฟัง เข้าใจกัน เกิดศรัทธาระหว่างกัน นำไปสู่การระเบิดศักยภาพร่วมกัน เสริมกันอย่างมีพลังร่วม มีอารมณ์ร่วม สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว สามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้อย่างมีความสุข 
  3. นอกจากนี้ ยังสามารถกระตุ้นให้ทีมงานให้เกิดแนวคิดเชิงระบบ เพื่อรับมือกับปัญหาเชิงซับซ้อนได้ อีกทั้งมีมุมมองเชิงองค์รวม สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขัน สร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ 

มีคำกล่าวว่า ในฐานะผู้นำ “เราต้องให้ความรัก ก่อนให้ความรู้” ท่านเข้าใจว่าอย่างไร

ถึงตรงนี้ ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำองค์กรอย่างมีเอกภาพ มีความเข้มแข้ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร และที่สำคัญ เรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เพราะต่างก็มีชีวิต 

ผมมั่นใจว่าหัวข้อที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงจะเป็นประโยชน์นะครับ

Let's block ads! (Why?)


September 09, 2020 at 07:11AM
https://ift.tt/3m2LxT4

ค้นหาสาเหตุองค์กรพัง เพราะผู้นำไม่แข็งแรง - โพสต์ทูเดย์
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog

Sunday, September 6, 2020

เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์กลางกรุง บาดเจ็บ 1 คน - ช่อง 7

beritaterikat.blogspot.com
เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้าเหตุระทึก ไฟไหม้อะพาร์ตเมนต์ ย่านอุรุพงษ์ ทำให้ผู้พักอาศัยต้องวิ่งหนีตายระทึก โดยพบผู้บาดเจ็บ 1 คน ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งหาสาเหตุ

เหตุการณ์ระทึกดังกล่าว เกิดขึ้นช่วง 12.00 น. วานนี้ (6 ก.ย.)ที่เกิดเหตุอยู่ที่ห้องพักชั้น 1 ของอะพาร์ตเมนต์ ภายในซอยมั่นสิน 4 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิง และอพยพผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคารจำนวนมากออกมา โดยใช้วิธีเปิดเครื่องขยายเสียง บอกให้ผู้ที่อยู่ด้านในอาคาร ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก และออกมายืนรอที่ริมระเบียงห้อง ก่อนเจ้าหน้าที่จะใช้บันไดพาดกับระเบียง แล้วให้ปีนลงมาด้านล่างทีละคน   

การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเล เคราะห์ดีที่เหตุการณ์นี้มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟ 1 คน ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้

Let's block ads! (Why?)


September 07, 2020 at 09:55AM
https://ift.tt/3i9y9dM

เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์กลางกรุง บาดเจ็บ 1 คน - ช่อง 7
https://ift.tt/36Hzof2
Home To Blog